- Monday, May 10, 2010, 10:22
- สุขภาพน่ารู้
- 711 views
?
??????????????????????????????????????????????? สาว ๆ ไม่น้อยคงกังวลเรื่องเซลลูไลท์และอยากกำจัดมันออกไปให้เร็วที่สุด แต่ก็ไม่รู้จะทำได้ยังไง จนพอมีไขมันส่วนเกินเมื่อไหร่ คลินิกลดความอ้วนก็แว้บเข้ามาอยู่เสมอ แต่จริง ๆ แล้วการกำจัดเซลลูไลท์นั้นทำได้ไม่ยากหรอกค่ะ แค่เลี่ยงพฤติกรรมที่ทำในแต่ละวันบางอย่างไปบ้าง พร้อมกับใส่ใจกับเรื่องไขมันส่วนเกินอย่างแท้จริงก็พอ?
????????? วันนี้ก็เลยมีวิธีกำจัดเซลลูไลท์ ให้สาว ๆ ได้เอากลับไปใช้กัน ลองไปดูกันว่าคุณสามารถกำจัดเซลลูไลท์ได้ด้วยวิธีไหนบ้าง
?1. ดื่มน้ำเยอะ ๆ?
????????? น้ำถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นผิวพรรณ ระบบขับถ่าย หรือแม้แต่เรื่องของเซลลูไลท์เองก็ด้วย เพราะช่วยในการกำจัดเซลลูไลท์ได้เหมือนกัน แต่ต้องดื่มน้ำควบคู่ไปกับการลดปริมาณเกลือที่บริโภคในแต่ละวันด้วยนะคะ
?2. จำกัดปริมาณแคลอรี่?
????????? โดยกินอาหารให้ได้วันละไม่เกิน 1400 แคลอรี เพื่อสร้างความสมดุลให้กับร่างกาย ในการรับอาหารปริมาณเท่า ๆ กันในแต่ละวัน เพียงเท่านี้เซลลูไลท์ของคุณก็จะหายไปในเวลาไม่กี่สัปดาห์อย่างไม่น่าเชื่อ ...
Full story
- Saturday, May 8, 2010, 10:49
- สุขภาพน่ารู้
- 587 views
ของแสลง ก็คือบรรดาอาหารที่ไม่ถูกกับโรคทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 10 โรคที่คนที่เป็นควรหลีกเหลี่ยงอาหารแสลง?
????????? เคยไหมที่เวลาเราไม่สบาย บางทีจะได้ยินคุณยายหรือคุณแม่บอกว่าห้ามรับประทานโน่นห้ามรับประทานนี่ เพราะว่ามันเป็นของแสลง
?
????????? ของแสลง ก็คือบรรดาอาหารที่ไม่ถูกกับโรคทั้งหลายแหล่ แต่บางทีก็ทำให้เรางงเหมือนกันว่าเกี่ยวกันยังไง แต่ของอย่างนี้อย่าลบหลู่ เพราะขึ้นชื่อว่าภูมิปัญญาชาวบ้านแล้วไซร้ ฟังหูไว้หูก็ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 10 โรคที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้
เป็นไข้หวัด มีไข้สูง
????????? ควรหลีกเลี่ยงอาหารไม่สุก อาหารที่เย็นมากๆ อาหารทอด อาหารมัน ซึ่งเป็นอาหารที่ย่อยยาก จะทำให้เกิดความร้อนสะสม เปรียบเสมือนอาหารเชื้อเพลิงหรือเป็นการเติมน้ำมันเข้าไปในกองไฟ
โรคกระเพาะ?
????????? ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ชาแก่ๆ กาแฟ ของเผ็ด ของทอด ของมัน เพราะอาหารเหล่านี้ ทำให้เกิดความร้อนสะสม ทำให้โรคหายยาก ทางที่ดีควรจะรับประทานอาหารปริมาณน้อยๆ ...
Full story
- Sunday, May 2, 2010, 6:01
- สุขภาพน่ารู้
- 687 views

?บำรุงสมองให้แข็งแรง แหล่งโปรตีนชั้นดี วิตามินซีสูง
????????? ผักดั้งเดิมที่รู้จักกันมานานแสนนาน ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนชั้นประถม จำได้ว่าในชั้นเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ คุณครูให้การบ้านกลับมาทำโดยการให้เพาะถั่วเขียวมาส่ง ซึ่งต้นอ่อนๆ สีขาวๆ ที่งอกมาจากเมล็ดเล็กๆ ของถั่วเขียว นั่นก็คือ ถั่วงอก สีขาวรูปร่างยาวๆ เรียวๆ มีหัวเป็นเม็ดถั่วเขียวนั่นเอง
????????? จำได้ว่าหลังจากที่เรานำเมล็ดถั่วเขียวไปผังไว้ในกระดาษทิชชูซับน้ำหมาดๆ แล้วเฝ้ารออยู่ไม่กี่วันก็ค่อยๆ เห็นต้นอ่อนชูยอดเรียวสีเขียวอ่อนโผล่พ้นเมล็ดออกมา เป็นความรู้สึกของความภาคภูมิใจอยู่ลึกๆ? ที่สามารถเพาะปลูกพืชผักได้ด้วยตัวเองประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรก (ก็มันง่ายขนาดนั้นใครๆ ก็คงทำได้) ดีใจและภูมิใจในการบ้านชิ้นนี้ยิ่งกว่าชิ้นไหนๆ เสียอีก
????????? แต่ถึงแม้จะปลูกถั่วงอกได้แล้วก็ใช่จะทำให้เรารู้สึกชอบกินถั่วงอกขึ้นมาหรอกนะ สมัยนั้นความรู้เรื่องโภชนาการยังไม่ฝังสมองจนพอจะทำให้รับรู้ได้ว่าคุณค่าของอาหารประเภทไหนที่มีประโยชน์กับร่างกายรู้แต่เพียงว่าอะไรอร่อยก็กิน ส่วนอะไรที่ไม่ชอบก็เขี่ยทิ้งไป ดังนั้นก๋วยเตี๋ยวน้ำลูกชิ้นในชามของเราจึงมักมีน้ำซุปและถั่วงอกถูกวางทิ้งติดก้นถ้วยอยู่เสมอๆ กว่าจะเริ่มรู้ตัวว่าได้ทิ้งสารอาหารที่มีคุณค่าไปเสียตั้งนมนานก็เกือบจะสายเกินกาลไปแล้ว
????????? ความเป็นมา
????????? ว่ากันว่าถั่วงอกนั้นถือได้ว่าเป็นมรดกวัฒนธรรมอาหารของเอเชียเลยเชียว ประเทศแรกในโลกที่เพาะถั่วงอกหัวโตกินก็คือจีน ...
Full story
- Sunday, April 18, 2010, 10:44
- สุขภาพน่ารู้
- 288 views

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบกินตอนกลางคืน รู้หือไม่ว่าอันตรายกำลังเข้ามาไกล้คุณแล้วเพราะนอกจากจำทำให้ร่างคุณดูอ้วนแล้วยังทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้อีกด้วย เอ้า...ใครชอบลับ ๆ ล่อ ๆ ลงมาเปิดตู้เย็นหาของหม่ำตอนดึก ๆ ลองมาอ่านทริคดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณคลายหิวมื้อดึกได้กันค่ะ
1.กินอาหารให้ครบทั้งสามมื้อ เช้า กลางวัน และเย็น คนที่หิวตอนกลางคืนมักชอบงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง หรือไม่กินอาหารอย่างสมดุลในระหว่างวัน
2.ติดป้ายไว้ที่ประตูตู้เย็น หรือตู้กับข้าวว่า "งดบริการหลังอาหารค่ำ"
3.แปรงฟันทันทีหลังอาหารค่ำ เพื่อเตือนตัวเองว่า ห้ามกินอาหารอีกแล้ว
4.ไม่กินอาหารพร้อมกับการทำกิจกรรมอื่น ๆ ไปด้วย เช่น อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ดูทีวี หรือนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะได้ไม่กินมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว
5.การกินมื้อดึกอย่างเดียว ไม่ได้เป็นสาเหตุของน้ำหนักขึ้น แต่เกี่ยวกับจำนวนแคลอรีที่คุณกินมากกว่าเวลากิน ฉะนั้น เลือกกินอาหารแคลอรีต่ำไว้ก่อน ถ้าไม่อาจเลี่ยงการกินตอนกลางคืนได้จริง ๆ
6.ถ้าคุณกินตอนกลางคืน เนื่องจากปัญหาทางจิตใจ คุณต้องหันมาใส่ใจปัญหาที่เกิดขึ้น และดูแลตัวเองในวิธีการที่ได้ผลจริง ๆ หาวิธีการที่ไม่ใช่การกินในการรับมือกับความเครียดของคุณแทน
ที่มา:กระปุกดอทคอม
Full story
- Sunday, April 18, 2010, 10:31
- สุขภาพน่ารู้
- 257 views

ก็อย่างที่โบราณเค้าว่ากันว่า หวานเป็นลมขมเป็นยา สิ่งที่น่าคิดก็คือ ทำไมของที่มีประโยชน์ส่วนใหญ่มักจะมีรสชาติที่ไม่น่ารับประทาน ไม่อร่อยลิ้นเอาเสียเลย ก็อย่างเช่นเจ้ามะระนี่หล่ะค่ะ ที่มีรสชาติขมซะจนไม่อยากจะรับประทาน ภายใต้หน้าตาที่อัปลักษณ์ของมัน ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาปฏิวัติการกินเสียใหม่นะคะ ชาวเอเชียรู้จักกันดีถึงสรรพคุณของมะระ แต่ชาวฝั่งตะวันตกกลับกลัวที่จะกินมัน ทั้งที่ยังไม่รู้ประโยชน์ที่แสนจะอัศจรรย์ของมันแม้แต่น้อย เรามาดูประโยชน์ของมะระกันเลยดีกว่านะคะ
อย่างแรกเลย คือ ความขมของมะระนั้นสามารถช่วยให้เราเจริญอาหาร เพราะสารขมที่อยู่ในมะระนั้นจะช่วยกระตุ้นให้น้ำย่อย ออกมามากจึงทำให้รับประทานอาหารได้มากขึ้น ซึ่งเราอาจจะนำมะระไปลวก หรือเผาไฟจิ้ม แล้วนำมาจิ้มกับน้ำพริกก็ได้นะคะ
ต่อมา..ก็คือ คุณสมบัติในการการบำบัดและรักษาโรคเบาหวานระยะเริ่มต้น ด้วยสารอาหารในมะระ ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มเบต้าเซลล์ในตับอ่อน โดยการกระตุ้นให้เกิดการสร้างอินซูลิน (ฮอร์โมนควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด) อีกทั้งมะระยังมีเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต สารอาหารจะผสมอยู่ในรูปของโปรตีน ซึ่งสามารถบรรเทาอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากโรคตับและโรคเบาหวานได้ มะระยังสามารถแก้โรคตับอักเสบ ปวดหัวเข่า ม้ามอักเสบได้ค่ะ โดยรับประทานมะระดิบเป็นประจำจะช่วยได้ค่ะ
นอกจากนี้มะระยังมีคุณค่าทางอาหารมากมาย เพราะอุดมไปด้วยฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซี วิตามินบี1 - บี3, เบต้าแคโรทีน, ไฟเบอร์, ธาตุเหล็ก, โพแทสเซียม, เป็นต้น
เมนูอาหารจากมะระ ได้แก่ ต้มจืดมะระยัดไส้, มะระต้มจับฉ่าย, ผัดะมะระหมูสับ, มะระผัดกุ้ง, มะระผัดน้ำมันหอย เป็นต้น หากจะลดความขมของมะระต้องลวกหรือต้มนาน ๆ โดยคลุกเคล้ากับเกลือก่อนที่จะนำไปปรุง หรือต้มน้ำแล้วเทน้ำทิ้ง 1 ...
Full story
- Monday, June 29, 2009, 11:03
- สุขภาพน่ารู้, เคล็ดลับสุขภาพดี
- 1,246 views

เอ่ยถึง ?โยเกิร์ต? ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากนมชนิดหนึ่ง คงเป็นที่คุ้นเคยกันดีสำหรับคนยุคนี้ที่ได้ยินได้ฟังโฆษณาโหมกระหน่ำถึง คุณประโยชน์ของอาหารจากผลิตภัณฑ์นมชนิดนี้ว่ามันดีต่อสุขภาพจริงๆนะ โดยเฉพาะสาวๆ ที่ไม่อยากอ้วน
ควรตระหนักว่าโยเกิร์ตที่มีจำหน่ายกันอยู่มากมายในท้องตลาดนั้น เป็นแค่ทางเลือกในการบริโภค ไม่ใช่อาหารหลัก และถ้าจะให้ดีต้องรู้จักวิธีเลือกซื้อด้วย นิตยสาร ?ฉลาดซื้อ? เดือนมีนาคม 2551 ของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แนะนำเคล็ดลับเลือกซื้อโยเกิร์ตให้ได้คุณค่า ไว้ว่า
- ควรเลือกซื้อโยเกิร์ตที่มีวันผลิตใกล้เคียงกับวันที่ซื้อมากที่สุด หรือให้วันหมดอายุเหลือเวลานานหลายวัน
- เลือกซื้อรสธรรมชาติดีกว่าชนิดที่มีการปรุงแต่ง จะได้รับคุณค่าทางโภชนาการมากกว่า
- ถ้าอยากได้คุณค่าโปรตีนหรือแคลเซียม ควรเลือกดื่มนมสด (รสจืด) ดีกว่า เพราะราคาถูกและคุณค่าทางโภชนาการดีกว่า
- แม้จะเป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติ แต่ทุกยี่ห้อมีน้ำตาล การอ้างว่าไขมันต่ำหรือไม่มีไขมันไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย โยเกิร์ต 1 ถ้วยที่นำมาทดสอบให้พลังงานระหว่าง 80-150 กิโลแคลอรี ถ้าอยากลดน้ำหนัก ให้กินอาหารหลักในปริมาณพอดีและงดโยเกิร์ตจะดีกว่า
- คนที่สุขภาพแข็งแรง และกินอาหารที่ดีมีประโยชน์อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องกินโยเกิร์ตก็ได้
ข้อสุดท้าย นมเปรี้ยวชนิดพร้อมดื่ม (UHT) ได้รับความนิยมมากที่สุดเพราะรสชาติอร่อย แต่ไม่แนะนำให้ซื้อ โดยเฉพาะกับเด็กวัยเติบโต เพราะนำนมพร่องมันเนยหรือหางน้ำนมมาหมักด้วยจุลินทรีย์แล้วแต่งด้วยสี กลิ่น หรือน้ำผลไม้ ...
Full story