- Thursday, October 9, 2008, 2:22
- เคล็ดลับสุขภาพดี
- 351 views

????????? ตะลึงหญิงไทย 90% มีปัญหา ?ตกขาว? กันถ้วนหน้า สูตินารีแพทย์ ระบุเหตุ ใส่ กกน.-กางเกงยีนฟิตจัด เผยอาการจะแสบคันอวัยวะเพศ เพราะ "เชื้อรา-แบคทีเรีย" ชี้อาการแม้ไม่ร้ายแรงถึงตาย แต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต บางรายเป็นมากแถมได้รับเชื้อบางชนิด เสี่ยงเป็นโรคหนองใน หากได้รับเชื้อไวรัสระยะยาวอาจถึงขึ้นถูกมะเร็งเล่นงาน เตือนควรทำความสะอาดของสงวนสม่ำเสมอด้วยน้ำเปล่า อย่าใช้สบู่ที่เป็นด่างเด็ดขาด เผยจะทำให้สภาวะความสมดุลของจุดซ่อนเร้นเสียไป เกิดการติดเชื้อได้?
????????? ที่อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซอยศูนย์วิจัย วันที่ 29 ต.ค. รศ.นพ.วีระพล จันทร์ดียิ่ง ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวในการประชุมสามัญประจำปีราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยเรื่อง "สุขอนามัยอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง" ว่า ปัจจุบันหญิงไทยกำลังประสบปัญหาภาวะติดเชื้อบริเวณจุดซ่อนเร้น โดยเฉพาะภาวะตกขาว ที่มีลักษณะเป็นสารคัดหลั่งที่ออกมาจากช่องคลอดมากผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น และมีสีขาวขุ่น หรืออาจเป็นสีเหลือง ภาวะดังกล่าวพบได้ในหญิงทุกวัย จากข้อมูลที่ผ่านมาหญิงไทย 70% มาพบแพทย์ด้วยภาวะดังกล่าว สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ซึ่งส่วนใหญ่มาจากความอับชื้นของอวัยวะเพศ?
????????? "ปัญหาสำคัญมาจากการสวมใส่กางเกงชั้นในที่อับเกินไป โดยเฉพาะเนื้อผ้าที่เป็นใยสังเคราะห์ ควรหันมาสวมใส่กางเกงชั้นในที่ผลิตจากใยธรรมชาติ อย่างผ้าฝ้ายจะช่วยให้ระบาย อากาศดีขึ้น และการทำความสะอาดชุดชั้นในก็เช่นกัน ไม่ควรผึ่งภายในบ้าน แต่ควรผึ่งแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรค และกำจัดกลิ่นอับให้หมดไป"
????????? ...
Full story
- Thursday, October 9, 2008, 1:59
- เคล็ดลับสุขภาพดี
- 358 views
Detoxification ล้างพิษ ล้างโรค????????? ดีท็อกซ์ (Detox) ในทางการแพทย์แบบองค์รวมหมายถึง ?วิธีการใดก็ได้ที่เอื้อให้ร่างกายขับสารพิษ และของเสียที่ตกค้างได้มากขึ้น? สิ่งที่ทำให้เกิดสารพิษได้ร่างกายนั้นมีอยู่ด้วยกันอยู่ 2 สาเหตุได้แก่ สารพิษจากสิ่งแวดล้อม และ สารพิษในร่างกาย เช่น สารที่ได้จากการสันดาปของร่างกาย อาทิ สารอนุมูลอิสระ ของเสียที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ และของเสียที่เกิดจากความเครียด
????????? ?จริงอยู่ที่ร่างกายมนุษย์ถูกสร้างให้มีระบบบำบัดตนเองตามธรรมชาติ แต่การล้างพิษหรือดีท็อกซ์นี้จะช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ระบบดังกล่าวทำงานได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น?
????????? เราควรทำดีท็อกซ์ (Detox) ปีละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยร่างกายขจัดสารตกค้างและสิ่งหมักหมมที่กลไกการขับสารพิษไม่สามารถกำจัดให้หมดเองได้ หรือทำเมื่อร่างกายส่งสัญญาณว่าน่าจะถึงเวลาล้างพิษแล้ว เช่น รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลียง่าย เครียด ป่วยกระเสาะกระแสะ เป็นต้น
เลือกดีท็อกซ์ (Detox) ที่เหมาะกับคุณ
????????? การเลือกใช้วิธีล้างพิษควรพิจารณาตามสภาพร่างกายของแต่ละคน ปัจจุบันดีท็อกซ์ (Detox) ที่นิยมใช้กันมีอยู่ 6 ...
Full story
- Thursday, October 9, 2008, 1:36
- เคล็ดลับสุขภาพดี
- 885 views

CO-Q10
CO-Q10 ไม่ใช่วิตามิน แต่เป็นผู้ช่วยวิตามิน สารตัวนี้ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายกระดี๊กระด๊าขึ้น ทั้งนี้ CO-Q10 จะช่วยเสริมและกระตุ้นการทำงานของเซลล์ในร่างกาย ยิ่งเซลล์หัวใจด้วยแล้ว ยิ่งต้องการเจ้าตัวนี้อย่างมาก เพราะหัวใจคนเราทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด
CO-Q10 หาได้จากธรรมชาติ คือจากธัญพืชพวกข้าวกล้อง งา ถั่วต่างๆ และเมล็ดทานตะวัน เป็นต้น โดยปกติแล้ว ธัญพืชจะให้คุณค่ามาเป็นชุด คือให้ทั้งวิตามินอี และ CO-Q10 และการได้รับวิตามินอีกับ CO-Q10 จากธรรมชาติจะให้ผลดีต่อร่างกายมากกว่าวิตามินชนิดเม็ดที่ทำจากห้องแล็บถึง 2 เท่า จึงควรหารับประทานจากอาหารในธรรมชาติ ไม่ใช่ไปซื้อชนิดเม็ดมาทาน
ส่วนวิตามินอีนั้นเป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกาย แต่ร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้ ต้องได้จากอาหารจำพวกธัญพืช มนุษย์ควรหาวิตามินอีเข้าสู่ร่างกายให้มากพอ ทั้งนี้ วิตามินอีจะช่วยป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแข็ง ไม่เปราะร้าวง่าย เพราะฉะนั้น ก็เท่ากับป้องกันโรคได้หลายโรค เช่น ความดันโลหิตสูง หรือต้อกระจกก็ป้องกันได้ร่วมกับวิตามินเอ
วิตามินอีเด่นเรื่องการปกป้องร่างกายที่หลอดเลือด ถ้าหลอดเลือดเรายังดี ก็จะเป็นกุญแจสำคัญที่ชลอความแก่ของร่างกาย ...
Full story
- Tuesday, September 23, 2008, 9:09
- เคล็ดลับสุขภาพดี
- 522 views
มะเร็งรังไข่ (Cancer of Ovary)
สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 25% หากไม่ใช้แป้งมี่มีผสมของ TALC หรือ TALCUM มาทาบริเวณจุดซ่อนเร้น เพราะ TALC นี้ อาจจะไปสะสม จนทำให้เกิดเป็นมะเร็งรังไข่ได้
มะเร็งเต้านม (Breast cancer)
สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 20% เมื่อออกกำลังกายวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 4-5 วัน และไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เกินวันละ 2 แก้ว และการมีลูกก็จะช่วยลดความเสี่ยงลงไปได้อีก 7%
มะเร็งผิวหนัง
สามารถลดความเสี่ยงลงได้เกือบเต็ม 100% หากใช้ครีมกันแดดทาผิวเพื่อป้องกันทุกวัน ปกติแล้วครีมกันแดดที่มีอัตราป้องกัน SPF 15 ก็เพียงพอ แต่ในยามหน้าร้อน แดดจ้าควรเพิ่มเป็น SPF 30 แล้วอย่าลืมทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อการปกป้องอย่างต่อเนื่อง
มะเร็งศีรษะ, ลำคอ และระบบย่อยส่วนบน
สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 50% หากกินส้มเป็นประจำทุกวัน วันละหนึ่งหรือสองผล เพราะส้มมีวิตามินซี และมีสารต้านอนุมูลอิสระ
มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer)
สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 90% ...
Full story
- Friday, September 19, 2008, 2:54
- สุขภาพน่ารู้
- 14,470 views
สูตรน้ำผลไม้ที่ได้จากข้าหลวงประจำพระองค์ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์
เป็นสูตรน้ำผลไม้ที่ได้จากข้าหลวงประจำพระองค์ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์นะคะ เป็นสูตรที่ในวังกำลังนิยมกันมาก นายหลวงทรงเสวยทุกวัน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีผิวพรรณสดใส โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นโรคมะเร็งจะดีมากค่ะ มีคนแถวบ้านเป็นมะเร็ง อายุประมาณ 80 กว่าแล้ว ค่ะ ต้องให้คีโม แต่ปรากฏว่าพอรับประทานน้ำผลไม้สูตรนี้ไปเป็นเวลาประมาณไม่ถึงเดือน ...
Full story
- Thursday, September 18, 2008, 14:26
- เคล็ดลับสุขภาพดี
- 519 views

พฤติกรรมการบริโภคเป็นตัวแปรที่สำคัญอย่างหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ให้ข้อมูลไว้ว่าการปฏิบัติตนให้มีพฤติกรรมที่เหมาะสม และการบริโภคที่เหมาะสมจะสามารถป้องกันมะเร็งได้ 30-40% ของโรคมะเร็งทั้งหมด ซึ่งจะลดจำนวนผู้ป่วยได้ 3-4 ล้านคนต่อปีและยังสามารถป้องกันโรคอื่น ๆ ได้อีก เช่น โรคหัวใจโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ฯลฯ...และนี่คือพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้องค่ะ
กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสมกับวัย โดยกินอาหารให้หลากหลาย อย่ากินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งมากเป็นประจำ เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ และหลีกเลี่ยงการสะสมสารพิษจากอาหาร
เลือกกินอาหารที่ประกอบด้วยธัญพืช เช่น เมล็ดถั่วต่าง ๆ งา ข้าวโพด ข้าวกล้อง มันฝรั่ง มันเทศ
กินพืชผักผลไม้สดให้มากเป็นประจำตามฤดูกาลโดยควรกินให้ได้อย่างน้อยวันละ 500 กรัม หรือมากกว่าครึ่งของปริมาณอาหารที่กิน จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้ 20% หรือมากกว่า
กินอาหารที่มีไขมันต่ำ ในผู้ใหญ่ ผู้ชายควรได้พลังงานวันละ 2,000 แคลอรี ผู้หญิง 1,600 แคลอรีและได้รับไขมันไม่เกิน 25-30%ของปริมาณพลังงานทั้งหมดต่อวัน
กินอาหารที่เค็มน้อย และหวานน้อย โดยเกลือต้องไม่เกิน 1 ช้อนชา หรือ 6 กรัม ในอาหารทั้งหมดของแต่ละวัน และควรกินน้ำตาลไม่เกิน 3 ช้อนโต๊ะต่อวัน
อาหารหลายชนิดต่อไปนี้มีสารก่อมะเร็ง ควรกินให้น้อยลง
อาหารจากเนื้อสัตว์ ...
Full story