- Saturday, May 1, 2010, 10:21
- สูตรลับวิธีลดน้ำหนัก
- 756 views

เบื่อกันไหมคะ กับเจ้าก้อนไขมันที่ไม่จำเป็น แต่กลับรวมหัวกันจับตัวทั่วร่างกายเรา มาบอกลากันเสียทีจะดีกว่า เพราะไม่เพียงจะทำให้คุณสวย มั่นใจขึ้น แต่สุขภาพโดยรวมก็ยังแข็งแรงขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะหัวใจรับรองว่าจะกระชุ่มกระชวยขึ้นอีกเป็นกองเลยค่ะ ยิ่งช่วงใกล้สิ้นปีแบบนี้ เริ่มต้นปฏิวัติตัวใหม่กันเสียที ฉบับนี้เลยขออาสา สรรหาสารพัดวิธีที่จะโบกมือลาคอเลสเตอรอล ตัวการทพคุณหมดสวย แถมร่างกายเสื่อมโทรม ถ้าพร้อมแล้วก็ตามเรามาเลยค่ะ
STEP 1 สำรวจตัวตน
มาเริ่มต้นง่าย ๆ กับการสำรวจตัวเองกันก่อนดีมั้ยคะว่า เจ้าคอเลสเตอรอลอยู่ในตัวคุณมากน้อยแค่ไหนถึงขั้นวิกฤติหรือยัง หรือมันยังแค่เริ่มต้นเข้ามาคุกคามคุณ ก่อนอื่นมารู้จักกันเสียหน่อยว่าคอเลสเตอรอลคืออะไร
สิ่งนี้ก็คือสารไขมันที่มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง และจะปรากฏอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกายคนเราค่ะ บางชนิดก็จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย ในขณะเดียวกันบางชนิด ก็ไม่จำเป็นเลยด้วยซ้ำที่จะอยู่ในร่างกายเรา ดังนั้นส่วนที่จำเป็น จึงทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบผนังเซลล์ในร่างกายและส่วน ประกอบสำคัญของฮอร์โมนบางชนิดที่จำเป็นของร่างกายค่ะ
แค่ไหนจึงจะเรียกว่าคอเลสเตอรอลสูง
1.พฤติกรรมการบริโภคที่น่ากลัวอย่างประเภทชอบกินอาหาร พวกไข่แดง เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ส่วนที่ติดมันทุกชนิด อาหารทะเลบางชนิด เช่น หอยนางรม ปลาหมึก รวมถึงอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันทุกชนิดค่ะ
2.คุณไม่เคยออกกำลังกายเลย ล่าสุดที่คุณเล่นกีฬาจนเสียเหงื่อคือ สมัยเรียนวิชาพละศึกษาตอนมัธยมปลายหรือเปล่าคะ ถ้าใช่ คุณกำลังเสี่ยงที่จะมีคอเลสเตอรอลสูงแล้วละค่ะ
3. ปาร์ตี้ทุกครั้งก็สูบบุหรี่ทุกครั้ง บางคนสูบจนติดมาถึงชีวิตประจำวัน รู้มั้ยคะ นอกจากบุหรี่จะทำให้คุณมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคทางเดินหายใจ วัณโรค แล้วคุณยังเสี่ยงที่จะมีคอเลสเตอรอลสูง จนทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบลงอีกด้วยค่ะ
4.ความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่คุณควรพึงสำรวจ นั่นคือประวัติการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูงของคนในครอบครัวคุณค่ะ โดยเฉพาะผู้ที่เคยป่วยก่อนวัยอันควร คือผู้ชายอายุ 55 ...
Full story
- Tuesday, April 27, 2010, 11:07
- สูตรลับวิธีลดน้ำหนัก
- 587 views
ถึงหน้าร้อนทีไร ใคร ๆ ก็คงอยากจะมีหุ่นสวยใส่บิกินีตัวจิ๋วไปอวดสรีระอันเช้งวับ แต่ถ้าคุณยังมีพุงกะทิน้อยๆ อยู่ล่ะก็ ลองพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ใช้ซัมเมอร์นี้มาลดความอ้วนกันซะเลย ด้วย 4 วิธีที่ทั้งสนุกและรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอหุ่นสวยก่อนจะถึงหน้าร้อนปีหน้า
1. ดื่มน้ำเยอะ ๆ เข้าไว้ ยิ่งร้อนก็ยิ่งกระหายน้ำ ดื่มเข้าไปเยอะ ๆ เลยค่ะ เพราะนอกจากน้ำจะไม่มีแคลอรียังทำให้ระบบการย่อยอาหารของคุณดีด้วย ควรหลีกเลี่ยงน้ำหวาน น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มชูกำลังเมื่อเสียเหงื่อมาก ๆ เพราะความหวานจากน้ำตาลคือตัวการสำคัญที่ทำให้อ้วนเลยล่ะ
2.ลงไปว่ายในสระน้ำ หลีกเลี่ยงการน้ำในทะเล หรือทะเลสาบไปก่อน ถ้าคุณอยากลดน้ำหนักให้ไปว่ายในสระน้ำแทน เพราะการว่ายในสระจะได้ท่วงท่าและวัดปริมาณการออกกำลังได้มากกว่า ด้วยขนาดจำกัดของพื้นที่สระทำให้ได้ผลที่รวดเร็ว
3.ออกไปเรียกเหงื่อข้างนอกสิ แดดร้อน ๆ นี่แหละดี อย่ามัวเก็บตัวอยู่ในห้อง ไปออกกำลังกายด้วยการเดินหรือวิ่งในสวนก็ได้ หน้าร้อนแบบนี้การออกกำลังกายกลางแจ้งกลับได้ผลดีกว่าการไปฟิตเนส และต้องอย่าลืมพกน้ำดื่มติดตัวไปด้วย เพราะหน้าร้อนจะยิ่งทำให้คุณเสียเหงื่อมาก และอาจจะเป็นลมกลางแดดได้
4.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ปาร์ตี้หน้าร้อนขาดไม่ได้ที่จะต้องมีเครื่องดื่มมึนเมา แต่รู้ไหมว่าเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์นี่แหละ เป็นตัวกักเก็บระบบเผาผลาญไขมันของคุณดีทีเดียว ที่สำคัญแอลกอฮอล์ยังทำให้คุณรู้สึกกระหายน้ำตลอดเวลาด้วย แต่ถ้าหลีกเลี่ยงปาร์ตี้สุดมันไม่ได้จริง ๆ แนะนำให้ดื่มน้ำสะอาดตามไปพร้อม ๆ กัน
?
?
?
ที่มา:กระปุกดอทคอม
Full story
- Sunday, April 25, 2010, 10:32
- ออกกำลังกาย
- 458 views
1. วิธีออกกำลังกายที่ดีที่สุดคือการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างน้อย 1 ใน 6 ส่วนของร่างกายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยใช้หลัก F.I.T F-Frequency 1 สัปดาห์ ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง 3 วัน อย่างมาก 6 วัน I-Intensity ความหนักในการออกกำลังกาย ใช้อัตราการเต้นของชีพจรเป็นเกณฑ์ให้ได้ประมาณระหว่างร้อยละ 70-90 ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ ซึ่งสามารถคำนวณได้จากการนำอายุไป ลบออกจากเลข 220 คูณ 70 ถึง 90 หาร 100 ตัวอย่างเช่น : อายุ 20 ปี จะใช้ความหนักในการออกกำลังกาย (220-20) x 70 ถึง 90 หาร 100 เท่ากับ 140 ถึง 180 ครั้งต่อนาที และ T-Timeช่วงเวลาในการออกกำลังกายแต่ละวัน อย่างน้อย 10-15 ...
Full story
- Sunday, April 18, 2010, 10:44
- สุขภาพน่ารู้
- 288 views

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบกินตอนกลางคืน รู้หือไม่ว่าอันตรายกำลังเข้ามาไกล้คุณแล้วเพราะนอกจากจำทำให้ร่างคุณดูอ้วนแล้วยังทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้อีกด้วย เอ้า...ใครชอบลับ ๆ ล่อ ๆ ลงมาเปิดตู้เย็นหาของหม่ำตอนดึก ๆ ลองมาอ่านทริคดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณคลายหิวมื้อดึกได้กันค่ะ
1.กินอาหารให้ครบทั้งสามมื้อ เช้า กลางวัน และเย็น คนที่หิวตอนกลางคืนมักชอบงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง หรือไม่กินอาหารอย่างสมดุลในระหว่างวัน
2.ติดป้ายไว้ที่ประตูตู้เย็น หรือตู้กับข้าวว่า "งดบริการหลังอาหารค่ำ"
3.แปรงฟันทันทีหลังอาหารค่ำ เพื่อเตือนตัวเองว่า ห้ามกินอาหารอีกแล้ว
4.ไม่กินอาหารพร้อมกับการทำกิจกรรมอื่น ๆ ไปด้วย เช่น อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ดูทีวี หรือนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะได้ไม่กินมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว
5.การกินมื้อดึกอย่างเดียว ไม่ได้เป็นสาเหตุของน้ำหนักขึ้น แต่เกี่ยวกับจำนวนแคลอรีที่คุณกินมากกว่าเวลากิน ฉะนั้น เลือกกินอาหารแคลอรีต่ำไว้ก่อน ถ้าไม่อาจเลี่ยงการกินตอนกลางคืนได้จริง ๆ
6.ถ้าคุณกินตอนกลางคืน เนื่องจากปัญหาทางจิตใจ คุณต้องหันมาใส่ใจปัญหาที่เกิดขึ้น และดูแลตัวเองในวิธีการที่ได้ผลจริง ๆ หาวิธีการที่ไม่ใช่การกินในการรับมือกับความเครียดของคุณแทน
ที่มา:กระปุกดอทคอม
Full story
- Sunday, April 18, 2010, 10:31
- สุขภาพน่ารู้
- 257 views

ก็อย่างที่โบราณเค้าว่ากันว่า หวานเป็นลมขมเป็นยา สิ่งที่น่าคิดก็คือ ทำไมของที่มีประโยชน์ส่วนใหญ่มักจะมีรสชาติที่ไม่น่ารับประทาน ไม่อร่อยลิ้นเอาเสียเลย ก็อย่างเช่นเจ้ามะระนี่หล่ะค่ะ ที่มีรสชาติขมซะจนไม่อยากจะรับประทาน ภายใต้หน้าตาที่อัปลักษณ์ของมัน ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาปฏิวัติการกินเสียใหม่นะคะ ชาวเอเชียรู้จักกันดีถึงสรรพคุณของมะระ แต่ชาวฝั่งตะวันตกกลับกลัวที่จะกินมัน ทั้งที่ยังไม่รู้ประโยชน์ที่แสนจะอัศจรรย์ของมันแม้แต่น้อย เรามาดูประโยชน์ของมะระกันเลยดีกว่านะคะ
อย่างแรกเลย คือ ความขมของมะระนั้นสามารถช่วยให้เราเจริญอาหาร เพราะสารขมที่อยู่ในมะระนั้นจะช่วยกระตุ้นให้น้ำย่อย ออกมามากจึงทำให้รับประทานอาหารได้มากขึ้น ซึ่งเราอาจจะนำมะระไปลวก หรือเผาไฟจิ้ม แล้วนำมาจิ้มกับน้ำพริกก็ได้นะคะ
ต่อมา..ก็คือ คุณสมบัติในการการบำบัดและรักษาโรคเบาหวานระยะเริ่มต้น ด้วยสารอาหารในมะระ ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มเบต้าเซลล์ในตับอ่อน โดยการกระตุ้นให้เกิดการสร้างอินซูลิน (ฮอร์โมนควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด) อีกทั้งมะระยังมีเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต สารอาหารจะผสมอยู่ในรูปของโปรตีน ซึ่งสามารถบรรเทาอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากโรคตับและโรคเบาหวานได้ มะระยังสามารถแก้โรคตับอักเสบ ปวดหัวเข่า ม้ามอักเสบได้ค่ะ โดยรับประทานมะระดิบเป็นประจำจะช่วยได้ค่ะ
นอกจากนี้มะระยังมีคุณค่าทางอาหารมากมาย เพราะอุดมไปด้วยฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซี วิตามินบี1 - บี3, เบต้าแคโรทีน, ไฟเบอร์, ธาตุเหล็ก, โพแทสเซียม, เป็นต้น
เมนูอาหารจากมะระ ได้แก่ ต้มจืดมะระยัดไส้, มะระต้มจับฉ่าย, ผัดะมะระหมูสับ, มะระผัดกุ้ง, มะระผัดน้ำมันหอย เป็นต้น หากจะลดความขมของมะระต้องลวกหรือต้มนาน ๆ โดยคลุกเคล้ากับเกลือก่อนที่จะนำไปปรุง หรือต้มน้ำแล้วเทน้ำทิ้ง 1 ...
Full story
- Saturday, April 10, 2010, 6:04
- Featured, สูตรลับวิธีลดน้ำหนัก, เคล็ดลับสุขภาพดี
- 699 views
ตัวช่วยของคนอยากผอม
โปรตีน เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ใครรู้บ้างว่าโปรตีนช่วยให้ผอมได้ด้วย...อยากรู้กันแล้วซิท่าว่าโปรตีน ช่วยให้ผอมได้อย่างไร งั้นก็ไม่รอช้าไปติดตามกันเลย
คนที่กินโปรตีนสูง จะมีแนวโน้มที่จะลดน้ำหนักได้มากกว่ากลุ่มที่กินโปรตีนน้อย หรือไม่กินเลย เพราะโปรตีนมีส่วนช่วยในการเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึ่มให้กับร่างกาย ซึ่งจะช่วยในการเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น
นอก จากนี้ โปรตีนยังช่วยทําให้ระดับไนโตรเจนในร่างกายเกิดความสมดุล มีผลให้มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น ช่วยให้อัตราการดูดซึมกลูโคสในกระแสเลือดช้าลง ทำให้ไม่ค่อยหิว และช่วยลดระดับอินซูลิน ทําให้การเผาผลาญไขมันเป็นไปได้ง่ายขึ้นอีกด้วย โดยปกติร่างกายจะสามารถสร้างกรดอะมิโนขึ้นมาเองได้ 80% ที่เหลืออีก 20% จะต้องรับจากการกินเข้าไป กรดอะมิโนเหล่านี้หาได้จากอาหารที่มีโปรตีนสูง อย่างเช่น
เคซีน โปรตีนจากนม ซึ่งช่วยทําให้กล้ามเนื้อกระชับ เพิ่มการสังเคราะห์และยับยั้งการย่อยสลายโปรตีน หากกินอาหารที่มีเคซีนเข้าไป มันจะไปเกาะกันเป็นก้อนอยู่ในรูปของวุ้นที่กระเพาะ ทําให้อาหารเคลื่อนตัวช้าลง เป็นเหตุให้กรดอะมิโนถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ เพิ่มระดับ HDL และช่วยคลายอาการปวดของกล้ามเนื้อ และข้อต่อ
ถั่วเหลือง มีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 34 ซึ่งมีความสําคัญต่อสุขภาพมาก ๆ เพราะในเมล็ดถั่วเหลืองโดยเฉพาะผิวหุ้มของมันจะมีสารเลซิธิน (Lecithin) ซึ่งเป็นสารบํารุงสมอง ช่วยในด้านการเพิ่มความจํา ลดไขมันและคอเรสเตอรอลในร่างกายได้
ไข่ เป็นแหล่งโปรตีน ที่ดีและราคาถูก การกินไข่เป็นการช่วยป้องกันโรคหัวใจ และมีบทบาทในเรื่องของการลดน้ำหนัก เพราะไข่ 1 ฟอง นอกจากจะให้แคลอรี่ต่ำแล้ว ยังทําให้รู้สึกอิ่มได้นานกว่าอาหารชนิดอื่น ...
Full story