- Saturday, May 29, 2010, 10:33
- เคล็ดลับความงาม
- 3,359 views

สาว ๆ ที่กำลังประสบปัญหาริมฝีปากกลายเป็นสีคล้ำ ไม่ว่าจะด้วยเพราะโดนแสงแดด หรือบังเอิญไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกกับริมฝีปากก็ตามที วันนี้มีเคล็ดลับดี ๆ แก้ไขปัญหาริมฝีปากดำมาฝากแล้วค่ะ ทางออกนั้นทำได้ไม่ยาก เพียงแค่คุณใส่ใจกับริมฝีปากมากขึ้น และปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้
????????? 1. หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสาเหตุทำให้ริมฝีปากคล้ำโดยเด็ดขาด ไม่ว่าลิปสติกแท่งนั้นจะสีสวยมากมายแค่ไหนก็ตามที เพราะมันจะยิ่งทำให้ปัญหาบานปลายมากขึ้น ดังนั้น ไม่คุ้มหรอกค่ะหากคุณจะใช้มันต่อไปเพื่อความสวยระหว่างวัน แต่กลับมาบ้านล้างหน้าก็กลายเป็นสาวปากคล้ำซะอย่างนั้น
????????? 2. ใช้มะนาว และน้ำผึ้งอย่างละครึ่งช้อนชา ผสมให้เข้ากันแล้วทาบริเวณริมฝีปาก สามารถทำให้ริมฝีปากคุณค่อย ๆ เปลี่ยนกลับมาเป็นสีเดิมได้ แต่ต้องทำทุกวันนะคะ
????????? 3. ใช้น้ำนมทาบริเวณริมฝีปากหลังจากล้างปากจนสะอาดแล้ว แล้วปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง แล้วทาซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้นระหว่างวัน น้ำนมจะเป็นเหมือนทรีทเม้นท์ที่ทำให้ริมฝีปากคุณกลับมาเป็นสีเดิมได้ค่ะ
????????? 4. ใช้บีทรูทบดละเอียดแล้วเกลี่ยนวดลงบนริมฝีปาก วิธีนี้ก็ช่วยได้เหมือนกันนะ
????????? 5. เพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก ด้วยการใช้ลิปบาล์มระหว่างวัน โดยคุณอาจจะใช้ลิปบาล์มที่ผสมสีเล็กน้อย เพื่อเพิ่มสีสันของริมฝีปากได้ค่ะ อ๊ะ ๆ และอย่าลืมทาลิปบาล์มก่อนนอนด้วยนะคะ อย่าปล่อยให้ริมฝีปากขาดการดูแลเลยค่ะ
????????? 6. ไม่ว่าคุณจะบำรุงริมฝีปากด้วยวิธีไหน เมื่อออกแดดแล้วอย่าลืมทาลิปที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแดดด้วยนะคะ เพราะแสงแดดนี่แหละเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ริมฝีปากคุณคล้ำได้เหมือนกัน
????????? 7. ...
Full story
- Tuesday, May 25, 2010, 10:13
- เคล็ดลับสุขภาพดี
- 2,108 views
ใบหน้าคือหน้าต่างของสุขภาพ?
????????? คุณอาจคิดว่าผิวซีดเซียว ขอบตาคล้ำ หรือนัยน์ตาแดงก่ำที่ปรากฏในวันรุ่งขึ้น อันเนื่องจากการนอนดึกหรือดื่มเหล้าอย่างหนัก เป็นแค่ตัวบ่งชี้ว่าคุณกำลังไม่สบาย อันที่จริงภาวะความผิดปกติต่าง ๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าล้วนสามารถบ่งบอกถึงสุขภาพของคุณในเวลานั้น ๆ ได้
?
?
????????? หลากหลายวิธีการรักษาโรคไล่ตั้งแต่ธรรมชาติบำบัด ซึ่งเป็นการรักษาโรคโดยใช้หลักโภชนาการ การออกกำลังกาย สมุนไพร ไปจนถึงการแพทย์แผนจีน การอ่านโรคจากม่านตา หรือการรักษาตามหลักอายุรเวช จะใช้สัญญาณบนใบหน้าในการวินิจฉัยปัญหาสุขภาพ ...
Full story
- Tuesday, May 25, 2010, 9:58
- สูตรลับวิธีลดน้ำหนัก
- 3,873 views

สาว ๆ ที่ชื่นชอบการรับประทาน แต่ก็กลัวความอ้วนถามหา ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้วค่ะ เพราะมีอาหารอยู่ 6 ชนิด ที่ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย ยิ่งทานมาก ยิ่งมีประโยชน์มากค่ะ
1.กาแฟ
คาเฟอีนจะช่วยกระตุ้นเอ็นไซม์ ซึ่งมีหน้าที่เผาพลาญไขมัน ดังนั้นจึงควรจะดื่มกาแฟเป็นประจำ แต่ไม่ควรดื่มมาก แค่มื้อเช้าหนึ่งแก้ว หลังอาหารเที่ยงดื่มอีกหนึ่งแก้วก็พอแล้วค่ะ
?
2.ชาเขียว
มีการยืนยันว่าการดื่มชาเขียวเป็นประจำ ในปริมาณวันละ 4 แก้ว สามารถช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันได้ และดีต่อสุขภาพ
3.สาหร่าย และชาสาหร่าย
ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับกรดแอสพาราจีน คือขับน้ำและของเสียออกจากร่างกาย ส่วนการเผาผลาญไขมันนั้น ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าสามารถเผาผลาญได้จริงหรือไม่
4.ไวน์แดง
หากดื่มในปริมาณน้อย สารบางอย่างในไวน์แดงก็อาจจะช่วยขัดขวางการดูดซึมไขมันได้บ้าง แต่ก็ไม่ควร ดื่มมากเกินไป เพราะไวน์แค่ครึ่งแก้วสามารถให้พลังงานได้ถึง 72 แคลอรี
5.หน่อไม้ฝรั่ง
กรดแอสพาราจีนในหน่อไม้ช่วยทำให้ผอมได้ แต่กรดเหล่านี้เพียงช่วยขับน้ำออกมาเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผาพลาญไขมันแต่อย่างใด
6.พริก
ในพริกมีสารรสเผ็ดร้อนที่ชื่อแคปไซซิน ช่วยเพิ่มความร้อนในร่างกาย สามารถช่วยเผาผลาญไขมัน ฉะนั้นใครที่ชอบกินเผ็ด ก็เหยาะพริกป่นลงไปหน่อย หรือรับประทานพริกสดที่ซอยบาง ๆ ร่วมกับอาหารอื่น ๆ ด้วยก็ดีค่ะ
?
?
?
?
ที่มา:กระปุกดอทคอม
Full story
- Saturday, May 8, 2010, 10:49
- สุขภาพน่ารู้
- 587 views
ของแสลง ก็คือบรรดาอาหารที่ไม่ถูกกับโรคทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 10 โรคที่คนที่เป็นควรหลีกเหลี่ยงอาหารแสลง?
????????? เคยไหมที่เวลาเราไม่สบาย บางทีจะได้ยินคุณยายหรือคุณแม่บอกว่าห้ามรับประทานโน่นห้ามรับประทานนี่ เพราะว่ามันเป็นของแสลง
?
????????? ของแสลง ก็คือบรรดาอาหารที่ไม่ถูกกับโรคทั้งหลายแหล่ แต่บางทีก็ทำให้เรางงเหมือนกันว่าเกี่ยวกันยังไง แต่ของอย่างนี้อย่าลบหลู่ เพราะขึ้นชื่อว่าภูมิปัญญาชาวบ้านแล้วไซร้ ฟังหูไว้หูก็ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 10 โรคที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้
เป็นไข้หวัด มีไข้สูง
????????? ควรหลีกเลี่ยงอาหารไม่สุก อาหารที่เย็นมากๆ อาหารทอด อาหารมัน ซึ่งเป็นอาหารที่ย่อยยาก จะทำให้เกิดความร้อนสะสม เปรียบเสมือนอาหารเชื้อเพลิงหรือเป็นการเติมน้ำมันเข้าไปในกองไฟ
โรคกระเพาะ?
????????? ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ชาแก่ๆ กาแฟ ของเผ็ด ของทอด ของมัน เพราะอาหารเหล่านี้ ทำให้เกิดความร้อนสะสม ทำให้โรคหายยาก ทางที่ดีควรจะรับประทานอาหารปริมาณน้อยๆ ...
Full story
- Wednesday, March 18, 2009, 11:46
- เคล็ดลับสุขภาพดี
- 219 views
กาแฟลาเต้ ถ้วยขนาดใหญ่ถ้วยหนึ่งอาจให้พลังงานมากถึง 250-570 แคลอรี ซึ่งหากใครที่ดื่มกาแฟวันละหลายๆ ถ้วย โดยไม่คำนึงถึงแคลอรีเหล่านี้ คุณก็คงจะต้องรับแคลอรีจำนวนไม่น้อยเลย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพแน่ๆ
ระหว่างวันของการทำงานที่รีบเร่ง กาแฟ ได้กลายเป็นเครื่องดื่มเคียงข้างโต๊ะทำงานของหลายคน ซึ่งบางคนนิยมดื่มกาแฟแทนน้ำเปล่าก็ว่าได้ นับๆ ดูแล้วในแต่ละวันบางคนอาจดื่มมากถึงวันละ 3-4 ถ้วยทีเดียว ซึ่งผลที่ตามมาก็อาจทำให้คุณได้รับคาเฟอีนจากกาแฟเข้าไปเกินพิกัดได้
ไม่เพียงแต่ได้รับคาเฟอีนมากเกินไปแล้ว กาแฟแต่ละถ้วยที่คุณชงดื่มนั้นยังอาจให้พลังงานสูงเสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะหากคุณเป็นคนที่ติดใจรสชาติหวานมันหอมหวนของกาแฟที่ผสมทั้งนม ครีม และน้ำตาล ไม่ว่าจะเป็นกาแฟไทยใส่นมข้นที่ขายตามรถเข็นข้างทาง กาแฟภาพลักษณ์หรูหราอย่างคาปูชิโน (cappuccino) ที่อุดมด้วยครีมลอยฟ่อง หรือบางคนนิยมกาแฟผสมนมสด ที่เรียกกันว่า ลาเต้ (latte) แต่ละแบบ แต่ละรสชาติ ก็จะให้พลังงานตามส่วนผสมที่ปรุงเข้าด้วยกัน
ใน Mayo Clinic Womens HealthSource ได้ยกตัวอย่าง เขาจึงได้แนะเคล็ดลับการดื่มกาแฟเพื่อสุขภาพ ดังนี้
หากในแต่ละวันคุณต้องดื่มกาแฟวันละหลายๆ ถ้วย ก็ควรเลือกถ้วยที่มีขนาดเล็กสักหน่อย ซึ่งการใช้ถ้วยกาแฟขนาด 8 ออนซ์ หรือ 12 ออนซ์ แทน mug ถ้วยโตๆ จะช่วยให้สามารถลดพลังงานได้ถึง 110 แคลอรีต่อครั้งเลยทีเดียว
การเติมความหอมมันให้กับกาแฟด้วยนมสดชนิดพร่องไขมัน (low fat ...
Full story