- Friday, May 28, 2010, 10:51
- Featured
- 2,960 views
ถึงแม้ว่าสาว ๆ จะเคร่งครัดในการทานอาหาร และควบคุมน้ำหนักอยู่แล้ว แต่แน่นอนว่าต้องมีช่วงเวลาที่แอบเผลอตามใจปากกันบ้าง ซึ่งก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะเรามีเคล็ดลับดี ๆ ที่ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้กลายเป็นเรื่องเล็ก ๆ ไปเลยมาแนะนำค่ะ
น้ำส้มสดช่วยคุณได้
????????? เพราะวิตามินที่อยู่ในส้มจะช่วยดูดซึมสารอาหารที่สำคัญ และถ้าทานเป็นผลเลยก็จะช่วยควบคุมน้ำหนักได้อีกทางหนึ่งด้วย เพราะในส้มมีเส้นใยธรรมชาติที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานค่ะ
อาหารจำพวกธัญพืช
????????? เนื่องจากอุดมด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำการย่อยช้า ๆ เข้าสู่ร่างกาย เราก็จะรู้สึกอิ่มท้องนานขึ้น
...
Full story
- Saturday, May 8, 2010, 10:49
- สุขภาพน่ารู้
- 587 views
ของแสลง ก็คือบรรดาอาหารที่ไม่ถูกกับโรคทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 10 โรคที่คนที่เป็นควรหลีกเหลี่ยงอาหารแสลง?
????????? เคยไหมที่เวลาเราไม่สบาย บางทีจะได้ยินคุณยายหรือคุณแม่บอกว่าห้ามรับประทานโน่นห้ามรับประทานนี่ เพราะว่ามันเป็นของแสลง
?
????????? ของแสลง ก็คือบรรดาอาหารที่ไม่ถูกกับโรคทั้งหลายแหล่ แต่บางทีก็ทำให้เรางงเหมือนกันว่าเกี่ยวกันยังไง แต่ของอย่างนี้อย่าลบหลู่ เพราะขึ้นชื่อว่าภูมิปัญญาชาวบ้านแล้วไซร้ ฟังหูไว้หูก็ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 10 โรคที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้
เป็นไข้หวัด มีไข้สูง
????????? ควรหลีกเลี่ยงอาหารไม่สุก อาหารที่เย็นมากๆ อาหารทอด อาหารมัน ซึ่งเป็นอาหารที่ย่อยยาก จะทำให้เกิดความร้อนสะสม เปรียบเสมือนอาหารเชื้อเพลิงหรือเป็นการเติมน้ำมันเข้าไปในกองไฟ
โรคกระเพาะ?
????????? ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ชาแก่ๆ กาแฟ ของเผ็ด ของทอด ของมัน เพราะอาหารเหล่านี้ ทำให้เกิดความร้อนสะสม ทำให้โรคหายยาก ทางที่ดีควรจะรับประทานอาหารปริมาณน้อยๆ ...
Full story
- Thursday, May 6, 2010, 10:45
- วาไรตี้
- 407 views

และต่อไปนี้คือ 9 สัญญาณอันตรายที่คุณสามารถใช้เป็นแนวทางในการป้องกันโรคต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ในเบื้องต้น
?????????? 1.ผิวหนังมีปัญหา มีอาการคันหรือลอกเป็นขุย อาจเป็นลักษณะของการขาดวิตามิน A ดังนั้น ควรรับประทานผักและผลไม้ที่มีสีเหลือง สีส้ม หรือสีเขียวเข้มที่อุดมไปด้วยวิตามิน A?
?????????? 2.ผมไม่เงางาม เป็นผลมาจากการขาดโปรตีนและธาตุเหล็ก เช่น พืชผัก ข้าวและถั่ว รวมทั้งกะหล่ำดอก รวมทั้งผลไม้เปลือกแข็ง ซึ่งอุดมไปด้วยไบโอตินควบคู่กับการออกกำลังกาย?????
?????????? 3.ท้องผูก เลือกรับประทานอาหารที่มีกากใย เช่น ผักผลไม้ต่าง ๆ และดื่มน้ำให้มากขึ้น?
?????????? 4.ข้อต่อมีเสียงดังหรือปวดบริเวณข้อต่อ กรดไขมันประเภทโอเมก้า-3 ที่พบมากในปลา จะช่วยให้กระแสโลหิตไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการปวดบวมบริเวณข้อต่อทำให้เคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น
?????????? 5.สเปิร์มลดน้อยลงกว่าปกติ เป็นผลมาจากขาดวิตามิน C ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการทำงานระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย รักษาปริมาณและความสมบูรณ์ของสเปิร์ม ดังนั้น ควรดื่มน้ำส้มอย่างน้อยวันละประมาณ 1 ลิตรทุกวัน???
?
?????????? 6.หัวใจเต้นผิดปกติ อาจขาดสารอาหารพวกแมกนีเซียมและโพแทสเซียม ให้ดื่มน้ำส้มวันละ 2-3 แก้วและกล้วย รวมทั้งอาหารพวกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดทานตะวันและผักโขม
?????????? 7.ปวดเหงือก ให้รับประทานโยเกิร์ตเพื่อช่วยจัดการกับแบคทีเรียที่มีอันตรายในปาก???
?????????? 8.กระดูกแตก อาจมีสาเหตุมาจากการขาดวิตามิน D ...
Full story
- Tuesday, May 4, 2010, 10:51
- วาไรตี้
- 644 views

ใครที่มองหาสุดยอดผลไม้อยู่ล่ะก็ ไม่ต้องมองไปไกล ลองผลไม้ไทยนี่สิ คุณค่าทางโภชนาการเพียบ
ผลไม้คลายร้อน
ตามธรรมชาติของผลไม้ในบ้านเรา ส่วนประกอบหลักที่พบได้ในผลไม้แทบทุกชนิด คือ น้ำตาล ไม่ว่าจะเป็น น้ำตาลซูโครส กลูโคส หรือฟรุกโตส ดังนั้นผู้ที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน หรือต้องควบคุมระดับน้ำตาล ควรเลือกบริโภคผลไม้ที่มีความหวานน้อยจะดีต่อสุขภาพ หรือหากต้องการรับประทานผลไม้รสหวานจัด ขอแนะนำว่ารับประทานได้แค่พอหายอยากเท่านั้นค่ะ
ผลไม้ที่มีน้ำตาลมาก ได้แก่ กล้วยหอม ขนุน เงาะโรงเรียน กล้วยน้ำว้า ลิ้นจี่จักรพรรดิ์ มังคุด สละ น้อยหน่าหนัง กล้วยไข่
ผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย เช่น แตงโมจินตรา ทุเรียนหมอนทอง ลำไยกะโหลก ฝรั่ง มะเฟือง ทุเรียนชะนี
ผลไม้รสเปรี้ยว vs วิตามินซี
ผลไม้รสเปรี้ยว อีกหนึ่งกลุ่มผลไม้ที่เหมาะสำหรับหน้าร้อน มะม่วงเปรี้ยว ๆ จิ้มน้ำปลาหวาน คงพอให้วันร้อน ๆ แสนน่าเบื่อ กลายเป็นวันดี ๆ ขึ้นมาได้จริงไหมคะ
โดยทั่วไป หากนึกถึงผลไม้รสเปรี้ยว คนส่วนใหญ่คงคิดเหมือนกันว่า สารอาหารที่ได้จากผลไม้เหล่านี้คงหนีไม่พ้น วิตามินซี แต่ในความเป็นจริง รสเปรี้ยวไม่ได้การันตีปริมาณวิตามินซีในผลไม้นั้น ๆ แต่อย่างใด
ยกตัวอย่าง เช่น สับปะรดรสเปรี้ยว ...
Full story
- Saturday, May 1, 2010, 10:21
- สูตรลับวิธีลดน้ำหนัก
- 756 views

เบื่อกันไหมคะ กับเจ้าก้อนไขมันที่ไม่จำเป็น แต่กลับรวมหัวกันจับตัวทั่วร่างกายเรา มาบอกลากันเสียทีจะดีกว่า เพราะไม่เพียงจะทำให้คุณสวย มั่นใจขึ้น แต่สุขภาพโดยรวมก็ยังแข็งแรงขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะหัวใจรับรองว่าจะกระชุ่มกระชวยขึ้นอีกเป็นกองเลยค่ะ ยิ่งช่วงใกล้สิ้นปีแบบนี้ เริ่มต้นปฏิวัติตัวใหม่กันเสียที ฉบับนี้เลยขออาสา สรรหาสารพัดวิธีที่จะโบกมือลาคอเลสเตอรอล ตัวการทพคุณหมดสวย แถมร่างกายเสื่อมโทรม ถ้าพร้อมแล้วก็ตามเรามาเลยค่ะ
STEP 1 สำรวจตัวตน
มาเริ่มต้นง่าย ๆ กับการสำรวจตัวเองกันก่อนดีมั้ยคะว่า เจ้าคอเลสเตอรอลอยู่ในตัวคุณมากน้อยแค่ไหนถึงขั้นวิกฤติหรือยัง หรือมันยังแค่เริ่มต้นเข้ามาคุกคามคุณ ก่อนอื่นมารู้จักกันเสียหน่อยว่าคอเลสเตอรอลคืออะไร
สิ่งนี้ก็คือสารไขมันที่มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง และจะปรากฏอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกายคนเราค่ะ บางชนิดก็จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย ในขณะเดียวกันบางชนิด ก็ไม่จำเป็นเลยด้วยซ้ำที่จะอยู่ในร่างกายเรา ดังนั้นส่วนที่จำเป็น จึงทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบผนังเซลล์ในร่างกายและส่วน ประกอบสำคัญของฮอร์โมนบางชนิดที่จำเป็นของร่างกายค่ะ
แค่ไหนจึงจะเรียกว่าคอเลสเตอรอลสูง
1.พฤติกรรมการบริโภคที่น่ากลัวอย่างประเภทชอบกินอาหาร พวกไข่แดง เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ส่วนที่ติดมันทุกชนิด อาหารทะเลบางชนิด เช่น หอยนางรม ปลาหมึก รวมถึงอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันทุกชนิดค่ะ
2.คุณไม่เคยออกกำลังกายเลย ล่าสุดที่คุณเล่นกีฬาจนเสียเหงื่อคือ สมัยเรียนวิชาพละศึกษาตอนมัธยมปลายหรือเปล่าคะ ถ้าใช่ คุณกำลังเสี่ยงที่จะมีคอเลสเตอรอลสูงแล้วละค่ะ
3. ปาร์ตี้ทุกครั้งก็สูบบุหรี่ทุกครั้ง บางคนสูบจนติดมาถึงชีวิตประจำวัน รู้มั้ยคะ นอกจากบุหรี่จะทำให้คุณมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคทางเดินหายใจ วัณโรค แล้วคุณยังเสี่ยงที่จะมีคอเลสเตอรอลสูง จนทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบลงอีกด้วยค่ะ
4.ความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่คุณควรพึงสำรวจ นั่นคือประวัติการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูงของคนในครอบครัวคุณค่ะ โดยเฉพาะผู้ที่เคยป่วยก่อนวัยอันควร คือผู้ชายอายุ 55 ...
Full story
- Saturday, May 1, 2010, 10:03
- Featured
- 579 views

บำรุงกระดูกและฟันและขับปัสสาวะ
แคนตาลูป เป็นพืชตระกูลแตง อยู่ในตระกุลเดียวกับแตงไทย มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย คนอินเดียและแอฟริการู้จักกินแคนตาลูปมานานกว่า 4,000 ปี ชื่อแคนตาลูปได้มาจากการนำแตงพันธุ์นี้เข้าไปปลูกในประเทศอิตาลีที่เมืองแคนตาลูโป (Cantalupu) ใกล้กับกรุงโรม ต่อมาพระเจ้าชาร์ลที่ 8 นำไปปลูกในฝรั่งเศส และเรียกว่า "แคนตาลูป" อังกฤษนำไปปลูกบ้าง เลยเรียกชื่อตามภาษาฝรั่งเศส
มีการนำแคนตาลูปเข้ามาปลูกในเมืองไทยตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2478 เมื่อก่อนเรียกว่า "แตงเทศ" หรือ "แตงฝรั่ง" ด้วยรูปร่างลักษณะคล้ายกับแตงไทย จึงมีบางคนเรียกแคนตาลูปว่า "แตงไทยฝรั่ง" แต่ปลูกแล้วเป็นโรคจึงตายเป็นจำนวนมาก ต่อมาได้มีการพัฒนาพันธุ์ จนสามารถปลูกแคนตาลูปได้ผลผลิตดีเช่นในปัจจุบัน
แหล่งปลูกแคนตาลูปในบานเราอยู่ที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี และอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เกษตรกรในอรัญประเทศเรียกแคนตาลูปว่า "แตงคุณหนู" เพราะเป็นผลไม้ที่ต้องดูแลเอาใจใส่กันเป็นพิเศษ ตั้งแต่หยอดเมล็ดจนได้ผลกันเลย
แคนตาลูปเป็นพืชล้มลุก มีลักษณะเป็นไม้เถา ตามเถา และก้านใบมีขนนิ่ม ใบเหลี่ยมมน ดอกสีเหลือเกสรตัวผู้และตัวเมียอยู่คนละดอก ผลกลมรี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางผล 10 - 16 ซ.ม. เปลือกนอกแข็ง เนื้อชุ่มน้ำ ผลดิบเนื้อกรอบ เมื่อสุกเนื้อนิ่ม หอมหวาน สีของเนื้อแคนตาลูปแตกต่างกันตามสายพันธุ์ สามารถแบ่งออกได้ ...
Full story