Posts Tagged ‘ปาก’

ริมฝีปากดำ ทำยังไงดีนะ

ริมฝีปากดำ ทำยังไงดีนะ
สาว ๆ ที่กำลังประสบปัญหาริมฝีปากกลายเป็นสีคล้ำ ไม่ว่าจะด้วยเพราะโดนแสงแดด หรือบังเอิญไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกกับริมฝีปากก็ตามที วันนี้มีเคล็ดลับดี ๆ แก้ไขปัญหาริมฝีปากดำมาฝากแล้วค่ะ ทางออกนั้นทำได้ไม่ยาก เพียงแค่คุณใส่ใจกับริมฝีปากมากขึ้น และปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้ ????????? 1. หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสาเหตุทำให้ริมฝีปากคล้ำโดยเด็ดขาด ไม่ว่าลิปสติกแท่งนั้นจะสีสวยมากมายแค่ไหนก็ตามที เพราะมันจะยิ่งทำให้ปัญหาบานปลายมากขึ้น ดังนั้น ไม่คุ้มหรอกค่ะหากคุณจะใช้มันต่อไปเพื่อความสวยระหว่างวัน แต่กลับมาบ้านล้างหน้าก็กลายเป็นสาวปากคล้ำซะอย่างนั้น ????????? 2. ใช้มะนาว และน้ำผึ้งอย่างละครึ่งช้อนชา ผสมให้เข้ากันแล้วทาบริเวณริมฝีปาก สามารถทำให้ริมฝีปากคุณค่อย ๆ เปลี่ยนกลับมาเป็นสีเดิมได้ แต่ต้องทำทุกวันนะคะ ????????? 3. ใช้น้ำนมทาบริเวณริมฝีปากหลังจากล้างปากจนสะอาดแล้ว แล้วปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง แล้วทาซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้นระหว่างวัน น้ำนมจะเป็นเหมือนทรีทเม้นท์ที่ทำให้ริมฝีปากคุณกลับมาเป็นสีเดิมได้ค่ะ ????????? 4. ใช้บีทรูทบดละเอียดแล้วเกลี่ยนวดลงบนริมฝีปาก วิธีนี้ก็ช่วยได้เหมือนกันนะ ????????? 5. เพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก ด้วยการใช้ลิปบาล์มระหว่างวัน โดยคุณอาจจะใช้ลิปบาล์มที่ผสมสีเล็กน้อย เพื่อเพิ่มสีสันของริมฝีปากได้ค่ะ อ๊ะ ๆ และอย่าลืมทาลิปบาล์มก่อนนอนด้วยนะคะ อย่าปล่อยให้ริมฝีปากขาดการดูแลเลยค่ะ ????????? 6. ไม่ว่าคุณจะบำรุงริมฝีปากด้วยวิธีไหน เมื่อออกแดดแล้วอย่าลืมทาลิปที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแดดด้วยนะคะ เพราะแสงแดดนี่แหละเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ริมฝีปากคุณคล้ำได้เหมือนกัน ????????? 7. ... Full story

9 สัญญาณอันตรายของร่างกาย

9 สัญญาณอันตรายของร่างกาย
และต่อไปนี้คือ 9 สัญญาณอันตรายที่คุณสามารถใช้เป็นแนวทางในการป้องกันโรคต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ในเบื้องต้น ?????????? 1.ผิวหนังมีปัญหา มีอาการคันหรือลอกเป็นขุย อาจเป็นลักษณะของการขาดวิตามิน A ดังนั้น ควรรับประทานผักและผลไม้ที่มีสีเหลือง สีส้ม หรือสีเขียวเข้มที่อุดมไปด้วยวิตามิน A? ?????????? 2.ผมไม่เงางาม เป็นผลมาจากการขาดโปรตีนและธาตุเหล็ก เช่น พืชผัก ข้าวและถั่ว รวมทั้งกะหล่ำดอก รวมทั้งผลไม้เปลือกแข็ง ซึ่งอุดมไปด้วยไบโอตินควบคู่กับการออกกำลังกาย????? ?????????? 3.ท้องผูก เลือกรับประทานอาหารที่มีกากใย เช่น ผักผลไม้ต่าง ๆ และดื่มน้ำให้มากขึ้น? ?????????? 4.ข้อต่อมีเสียงดังหรือปวดบริเวณข้อต่อ กรดไขมันประเภทโอเมก้า-3 ที่พบมากในปลา จะช่วยให้กระแสโลหิตไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการปวดบวมบริเวณข้อต่อทำให้เคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น ?????????? 5.สเปิร์มลดน้อยลงกว่าปกติ เป็นผลมาจากขาดวิตามิน C ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการทำงานระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย รักษาปริมาณและความสมบูรณ์ของสเปิร์ม ดังนั้น ควรดื่มน้ำส้มอย่างน้อยวันละประมาณ 1 ลิตรทุกวัน??? ? ?????????? 6.หัวใจเต้นผิดปกติ อาจขาดสารอาหารพวกแมกนีเซียมและโพแทสเซียม ให้ดื่มน้ำส้มวันละ 2-3 แก้วและกล้วย รวมทั้งอาหารพวกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดทานตะวันและผักโขม ?????????? 7.ปวดเหงือก ให้รับประทานโยเกิร์ตเพื่อช่วยจัดการกับแบคทีเรียที่มีอันตรายในปาก??? ?????????? 8.กระดูกแตก อาจมีสาเหตุมาจากการขาดวิตามิน D ... Full story

10 อันตรายเมื่อเข้าข่าย อ้วน

10 อันตรายเมื่อเข้าข่าย อ้วน
นับวันที่เข็มบนหน้าปัดตราชั่งน้ำหนักเบนไปทางขวามากขึ้นเรื่อย ๆ โรคร้ายมากต่อมากทั้งทางร่างกายและจิตใจ กำลังเดินตามหลังไปอย่างติด ๆ และฆ่าคุณอย่างเลือดเย็นในที่สุด... นี่คือเหตุผลสำคัญที่คุณต้องลดน้ำหนักเสียแต่วินาทีนี้ อ้วน! อันตราย เมื่อคำนวณน้ำหนักตัวและสัดส่วน แน่ใจว่ากำลังอยู่ในข่ายน้ำหนักมากเกินพิกัด จนเข้าสู่ภาวะโรคอ้วน (obesity) ก็ได้เวลาแล้วที่คุณต้องตั้งโปรแกรมลดน้ำหนักโดยด่วน เพื่อเป็นการต่อชีวิตคุณให้ยาวขึ้น และป้องกันปัญหาที่อาจตามมามากมาย อย่างน้อย ๆ ก็ 10 ประการต่อไปนี้ หัวใจวายวอด พฤติกรรมการกินผิด ๆ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน เช่น กินอาหารที่มีปริมาณไขมันมากหรือมีคอเลสเตอรอล (ชนิดเลว: LDL) สูง ได้แก่ เนื้อสัตว์ติดมัน เครื่องในสัตว์ ไข่ นม เนย พืชบางชนิด ฯลฯ เมื่อกินเข้าไปมาก ร่างกายเผาผลาญไม่หมด ไขมันและคอเลสเตอรอลจะถูกเก็บไว้ในเซลล์ไขมัน บางส่วนเวียนว่ายอยู่ในกระแสเลือด ยิ่งนานวันระดับไขมันและคอเลสเตอรอลจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหากไปตรวจเลือด แล้วพบว่าสูงเกินกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ ถือเป็นระดับเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ผู้ป่วยมักมีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง กินเวลานานและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นผลจากไขมัน และคอเลสเตอรอลในเลือดเข้าเกาะจับผนังหลอดเลือดหัวใจ จนเกิดการอุดตัน ไม่สามารถผ่านเข้า-ออก เพื่อหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ กระทั่งหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวายในที่สุด กรณีเดียวกัน หากเกิดที่เส้นเลือดในสมองก็จะกลายเป็นอัมพาต ... Full story

บอกลา คอเลสเตอรอล

บอกลา คอเลสเตอรอล
เบื่อกันไหมคะ กับเจ้าก้อนไขมันที่ไม่จำเป็น แต่กลับรวมหัวกันจับตัวทั่วร่างกายเรา มาบอกลากันเสียทีจะดีกว่า เพราะไม่เพียงจะทำให้คุณสวย มั่นใจขึ้น แต่สุขภาพโดยรวมก็ยังแข็งแรงขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะหัวใจรับรองว่าจะกระชุ่มกระชวยขึ้นอีกเป็นกองเลยค่ะ ยิ่งช่วงใกล้สิ้นปีแบบนี้ เริ่มต้นปฏิวัติตัวใหม่กันเสียที ฉบับนี้เลยขออาสา สรรหาสารพัดวิธีที่จะโบกมือลาคอเลสเตอรอล ตัวการทพคุณหมดสวย แถมร่างกายเสื่อมโทรม ถ้าพร้อมแล้วก็ตามเรามาเลยค่ะ STEP 1 สำรวจตัวตน มาเริ่มต้นง่าย ๆ กับการสำรวจตัวเองกันก่อนดีมั้ยคะว่า เจ้าคอเลสเตอรอลอยู่ในตัวคุณมากน้อยแค่ไหนถึงขั้นวิกฤติหรือยัง หรือมันยังแค่เริ่มต้นเข้ามาคุกคามคุณ ก่อนอื่นมารู้จักกันเสียหน่อยว่าคอเลสเตอรอลคืออะไร สิ่งนี้ก็คือสารไขมันที่มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง และจะปรากฏอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกายคนเราค่ะ บางชนิดก็จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย ในขณะเดียวกันบางชนิด ก็ไม่จำเป็นเลยด้วยซ้ำที่จะอยู่ในร่างกายเรา ดังนั้นส่วนที่จำเป็น จึงทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบผนังเซลล์ในร่างกายและส่วน ประกอบสำคัญของฮอร์โมนบางชนิดที่จำเป็นของร่างกายค่ะ แค่ไหนจึงจะเรียกว่าคอเลสเตอรอลสูง 1.พฤติกรรมการบริโภคที่น่ากลัวอย่างประเภทชอบกินอาหาร พวกไข่แดง เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ส่วนที่ติดมันทุกชนิด อาหารทะเลบางชนิด เช่น หอยนางรม ปลาหมึก รวมถึงอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันทุกชนิดค่ะ 2.คุณไม่เคยออกกำลังกายเลย ล่าสุดที่คุณเล่นกีฬาจนเสียเหงื่อคือ สมัยเรียนวิชาพละศึกษาตอนมัธยมปลายหรือเปล่าคะ ถ้าใช่ คุณกำลังเสี่ยงที่จะมีคอเลสเตอรอลสูงแล้วละค่ะ 3. ปาร์ตี้ทุกครั้งก็สูบบุหรี่ทุกครั้ง บางคนสูบจนติดมาถึงชีวิตประจำวัน รู้มั้ยคะ นอกจากบุหรี่จะทำให้คุณมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคทางเดินหายใจ วัณโรค แล้วคุณยังเสี่ยงที่จะมีคอเลสเตอรอลสูง จนทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบลงอีกด้วยค่ะ 4.ความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่คุณควรพึงสำรวจ นั่นคือประวัติการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูงของคนในครอบครัวคุณค่ะ โดยเฉพาะผู้ที่เคยป่วยก่อนวัยอันควร คือผู้ชายอายุ 55 ... Full story

สาววัยไหน ควรดูแลตัวเองอย่างไร

สาววัยไหน ควรดูแลตัวเองอย่างไร
คนแต่ละวัยมีโรคสุ่มเสี่ยงอย่างไร และควรดูแลตัวเองอย่างไร วันนี้จะพาไปดูกัน ช่วงอายุ 18-23 ปี คุณคือ คนที่ใกล้จะบอกลาความเป็นเด็ก ไปเป็นหญิงสาวเต็มตัวแล้วล่ะ ถ้าเปรียบเป็นรถ ก็เป็นรถป้ายแดงที่สภาพเครื่องยังผ่านช่วงรันอินไปไม่นานเท่าไร ความสึกหรอยังไม่มีให้เห็น สุขภาพร่างกายอยู่ในช่วงที่แข็งแรงที่สุด แต่สิ่งที่น่าให้ความสนใจคือสุขภาพจิตใจ ที่ต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ที่ไม่ใช่เรื่องของเด็ก ๆ อีกต่อไปแล้ว มีความรับผิดชอบมากขึ้น เริ่มเข้าสู่ชีวิตทำงาน เริ่มมีความรัก และเริ่มมีเซ็กซ์!!!! โรคยอดฮิต โรคกลัวอ้วน โรคบูลิเมีย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์(STD) ซึ่งเป็นได้ตั้งแต่โรคเริม เชื้อราในช่องคลอด ไปจนถึงไวรัสตับอักเสบชนิดซี บี และเอชไอวี HIV และตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ ดูแลตัวเอง ตรวจสุขภาพร่างกายทั่วไป สังเกตตัวเองให้ดีถ้ามีการเปลี่ยนแปลง ตรวจตา ตรวจฟัน ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำหรับคนที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ตรวจ Pap Smear ไม่เร็วเกินไปแน่สำหรับการตรวจมะเร็งปากมดลูก เพราะถ้าคุณมีเซ็กซ์ตั้งแต่อายุยังน้อย (ก่อนอายุ 18) หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือมีประวัติเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์หรือสูบบุหรี่ ใช้ถุงยางอนามัย ทุกครั้งเมื่อมีเซ็กซ์ ช่วงอายุ 24-29 ปี คุณคือหญิงสาวที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ชีวิตไม่ได้มีแค่เพื่อนและคนรักอีกแล้ว แต่ยังมีหน้าทีการงาน การวางแผนชีวิตในอนาคตเข้ามาให้ขบคิดอีกด้วย ร่างกายที่แข็งแรงอาจจะอ่อนล้าลง ความสดใสในชีวิตอาจจะลดน้อยลงเมื่อมีความเครียดมากขึ้น มีเวลาดูแลตัวเองน้อยลง โรคยอดฮิต โรคเครียด โรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคไมเกรน ดูแลตัวเอง ตรวจสุขภาพทั่วไป ปีละ 1 ครั้ง ... Full story

10 วิธี ทาลิปสติกให้ดูดีอย่างมืออาชีพ

10 วิธี ทาลิปสติกให้ดูดีอย่างมืออาชีพ
เสน่ห์บนริมฝีปากถือเป็นเสน่ห์ที่เสริมแต่งกันได้จริง ๆ นะคะ ด้วยลิปสติกสีต่าง ๆ ที่จะทำให้ริมฝีปากของคุณดูโดดเด่นขึ้นมาได้อย่างที่คุณอยากให้เป็น แต่สาว ๆ รู้ไหมคะว่า การใช้ลิปสติกให้ดูดีมีคลาสเค้าใช้กันยังไง วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปดูวิธีการทาลิปสติกให้ดูดีอย่างมืออาชีพกันค่ะ 1. อย่าเน้นสีปากไปพร้อม ๆ กับเน้นสีตา เพราะมันจะทำให้หน้าดูหนักมากและไม่มีจุดเด่นอะไรเลยค่ะ การแต่งหน้าให้ดูดีที่สุด ต้องเลือกเอาซักอย่างเถอะสาว ๆ จ๋า ว่าจะเน้นสีสันไปที่ไหน หากคุณทาลิปสติกสีแดงแล้ว ให้แต่งหน้าส่วนอื่นให้ดูสว่างใส หรือหากคุณอยากเล่นสีอายแชโดว์แบบเน้น ๆ ลิปสติกสีอ่อนหรือสีนู้ดจะดีที่สุดค่ะ 2. สำหรับสาวที่มีริมฝีปากบาง คุณสามารถทำให้ริมฝีปากของคุณอวบอิ่ม ได้ด้วยการใช้ลิปไลเนอร์เขียนบริเวณรอบนอกของริมฝีปากค่ะ 3. ใช้ลิปไลเนอร์เป็นเบสก่อนลงลิปสติก โดยทาให้ทั่วปาก ไม่เฉพาะแต่บริเวณขอบปากเท่านั้น ซึ่งลิปไลเนอร์ของคุณควรจะเป็นสี อ่อนกว่าสีลิปสติก หรือหากคุณใช้ลิปสติกสีอ่อนมาก ๆ ให้คุณใช้ลิปไลเนอร์สีนู้ดก่อนลงลิปสติกค่ะ หรืออีกหนึ่งวิธี คือ ลงลิปไลเนอร์แล้วตามด้วยลิปกลอสใส ๆ ไม่ต้องลงสีลิปสติกทีหลังก็ดูง่ายและ รวดเร็วดีค่ะ 4. คุณสามารถใช้ลิปไลเนอร์เขียนขอบปากได้ทั้งก่อนและหลังทาลิปสติก สาว ๆ บางคนคิดว่าลิปไลเนอร์เป็นสิ่งที่ต้องลงก่อนทาลิปสติกเท่านั้น แต่ความจริงไม่เสมอไปหรอกค่ะ คุณสามารถใช้ลิปไลเนอร์เก็บรายละเอียดบน ริมฝีปากคุณหลังทาลิปสติกได้อีกนะ 5. อย่าใช้ลิปไลเนอร์สีเข้มกับลิปสติกสีอ่อน เพราะมันไม่เข้ากันอย่างยิ่ง ลิปไลเนอร์สีเข้มกว่าจะทำให้เห็นได้ชัด ว่าคุณทาลิปสติกสองสีอยู่ อย่างที่บอกค่ะว่าลงสีนู้ดให้เป็นเบสไป ... Full story
Copyright © 2012 ThaiBestWell.com ผู้หญิงยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ. All rights reserved.
เกมส์ฟรี เกมส์รถแข่ง เกมส์ต่อสู้ มันๆ Online Degree | Online School
X ปิด
E-mail It