- Tuesday, May 25, 2010, 9:58
- สูตรลับวิธีลดน้ำหนัก
- 3,870 views

สาว ๆ ที่ชื่นชอบการรับประทาน แต่ก็กลัวความอ้วนถามหา ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้วค่ะ เพราะมีอาหารอยู่ 6 ชนิด ที่ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย ยิ่งทานมาก ยิ่งมีประโยชน์มากค่ะ
1.กาแฟ
คาเฟอีนจะช่วยกระตุ้นเอ็นไซม์ ซึ่งมีหน้าที่เผาพลาญไขมัน ดังนั้นจึงควรจะดื่มกาแฟเป็นประจำ แต่ไม่ควรดื่มมาก แค่มื้อเช้าหนึ่งแก้ว หลังอาหารเที่ยงดื่มอีกหนึ่งแก้วก็พอแล้วค่ะ
?
2.ชาเขียว
มีการยืนยันว่าการดื่มชาเขียวเป็นประจำ ในปริมาณวันละ 4 แก้ว สามารถช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันได้ และดีต่อสุขภาพ
3.สาหร่าย และชาสาหร่าย
ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับกรดแอสพาราจีน คือขับน้ำและของเสียออกจากร่างกาย ส่วนการเผาผลาญไขมันนั้น ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าสามารถเผาผลาญได้จริงหรือไม่
4.ไวน์แดง
หากดื่มในปริมาณน้อย สารบางอย่างในไวน์แดงก็อาจจะช่วยขัดขวางการดูดซึมไขมันได้บ้าง แต่ก็ไม่ควร ดื่มมากเกินไป เพราะไวน์แค่ครึ่งแก้วสามารถให้พลังงานได้ถึง 72 แคลอรี
5.หน่อไม้ฝรั่ง
กรดแอสพาราจีนในหน่อไม้ช่วยทำให้ผอมได้ แต่กรดเหล่านี้เพียงช่วยขับน้ำออกมาเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผาพลาญไขมันแต่อย่างใด
6.พริก
ในพริกมีสารรสเผ็ดร้อนที่ชื่อแคปไซซิน ช่วยเพิ่มความร้อนในร่างกาย สามารถช่วยเผาผลาญไขมัน ฉะนั้นใครที่ชอบกินเผ็ด ก็เหยาะพริกป่นลงไปหน่อย หรือรับประทานพริกสดที่ซอยบาง ๆ ร่วมกับอาหารอื่น ๆ ด้วยก็ดีค่ะ
?
?
?
?
ที่มา:กระปุกดอทคอม
Full story
- Sunday, May 16, 2010, 5:17
- การแต่งหน้า
- 2,360 views
?ปัญหารูขุมขนกว้าง นับเป็นปัญหาที่ทำให้สาว ๆ กลุ้มใจไปตาม ๆ กัน เพราะนอกจากจะแก้ได้ยากแล้ว ยังทำให้แต่งหน้าออกมาดูไม่เนียนใสอีกด้วย วันนี้
ก็เลยมีเคล็ดลับการดูแลผิวหน้าและแต่งหน้าสำหรับสาว ๆ ที่มีรูขุมขนกว้างมาฝาก ให้สาว ๆ ได้เอาไปใช้กันค่ะ ไปดูกันเลย
????????? ?1. ใช้คลีนเซอร์และโทนเนอร์ก่อนลงเครื่องสำอาง โดยใช้คลีนเซอร์ที่อ่อนโยนต่อผิวเพื่อกำจัดและช่วยยับยั้งความมันบนใบหน้า ส่วนโทนเนอร์ให้เลือกที่เหมาะสมกับผิว แล้วใช้สำลีชุบก่อนเช็ดให้ทั่วใบหน้าจนรู้สึกถึงความสะอาด
????????? ?2. ใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นเป็นตัวช่วยในการกระชับรูขุมขน การใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นทาบนใบหน้านอกจากจะทำให้รูขุมขนกระชับแล้วยังเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวอีกด้วย ดังนั้นการใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นทาใบหน้าไม่ได้ทำร้ายผิวหน้าคุณเลยค่ะ ทำทุกวันได้ ไม่เสียหาย แถมให้ผลดีอีกด้วย
????????? ?3. ทามอยซ์เจอไรเซอร์ มอยซ์เจอไรเซอร์เป็นสิ่งที่ให้ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิว แต่สำหรับผู้ที่มีรูขุมขนกว้างแล้ว ควรใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ให้ถูกวิธี โดยค่อย ...
Full story
- Friday, May 14, 2010, 10:33
- Featured
- 1,811 views

ความร้อนนอกจากจะทำให้เหงื่อไหลไคลย้อย น่ารำคาญ ยังส่งผลให้ผิวมีความมันวาวเพิ่มขึ้น และอาจทำให้เกิดสิวเห่อได้ง่ายอีกด้วย โดยเฉพาะสำหรับสาวที่ผิวมันอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ปัญหาความมันและสิวก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นอีก ในยามอากาศร้อน ๆ แบบนี้ มาเชิดใส่ความมันและคงผิวหน้าให้กระจ่างใสด้วยเคล็ดลับดี ๆ ที่เรารวบรวมมาให้กันดีกว่า
????????????ผิวหน้า...ต้องสะอาดเสมอ
???????????ผิวมันมักมีความมันวาวอยู่แล้วเนื่องจากซีบัมที่ถูกผลิตออกมามากเกินไป และในหน้าร้อนทั้งความร้อนและความขึ้นก็ยิ่งทำให้ผิวผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามากยิ่งขึ้นไปอีก แถมความมันและเหงื่อไคลยังดึงดูดเอาความสกปรกและฝุ่นเข้ามาสะสมบนผิวได้ง่าย ทำให้ผิวมีแนวโน้มที่จะเป็นสิวได้ง่ายขึ้น
???????????กฎข้อแรกของผิวมันจึงได้แก่การรักษาความสะอาด การขจัดความมันวาวและความสกปรกทั้งหลายที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว ฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะเหนื่อยล้าจากปาร์ตี้หรือนั่งทำงานอยู่จนดึกจนตื่นขนาดไหน ก็อย่าลืมล้างเครื่องสำอางออกให้หมดก่อนทิ้งตัวลงบนที่นอน ถึงแม้คุณจะเป็นคนที่ชอบแต่งหน้าอ่อน ๆ น้ำมันและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ก็อาจสะสมอยู่บนผิวหน้าจนอาจเข้าไปอุดตันรูขุมขนได้ กุญแจสำคัญที่จะช่วยป้องกันสิวให้คุณได้คือ ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างแคลนเซอร์และโทนเนอร์ที่ใช้สำหรับการป้องกันสิวโดยเฉพาะ?
???????????นอกจากนี้ก็ควรทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึกในตอนกลางคืน และใช้มาส์กทำความสะอาดผิวหน้าอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ก็จะช่วยให้ผิวหน้าคงความสะอาดสดใสไว้ได้ ถ้าในกรณีที่คุณมีสิวขึ้นอยู่แล้วก็แต้มสิวพวกนั้นด้วยยารักษาสิว ที่มีส่วนผสมของเบนซอยล์ เปอร์ออกไซด์ นอกจากนี้ก็ความเปลี่ยนมาใช้มอยสเจอไรเซอร์แบบเบาบาง เพื่อเป็นการช่วยลดความมันบนผิวหน้าอีกทางหนึ่ง
????????????ทำความสะอาดรูขุมขน
???????????หาเวลาว่างซักสัปดาห์ละครั้งทำการอบไอน้ำด้วยสมุนไพร ...
Full story
- Monday, May 10, 2010, 10:22
- สุขภาพน่ารู้
- 711 views
?
??????????????????????????????????????????????? สาว ๆ ไม่น้อยคงกังวลเรื่องเซลลูไลท์และอยากกำจัดมันออกไปให้เร็วที่สุด แต่ก็ไม่รู้จะทำได้ยังไง จนพอมีไขมันส่วนเกินเมื่อไหร่ คลินิกลดความอ้วนก็แว้บเข้ามาอยู่เสมอ แต่จริง ๆ แล้วการกำจัดเซลลูไลท์นั้นทำได้ไม่ยากหรอกค่ะ แค่เลี่ยงพฤติกรรมที่ทำในแต่ละวันบางอย่างไปบ้าง พร้อมกับใส่ใจกับเรื่องไขมันส่วนเกินอย่างแท้จริงก็พอ?
????????? วันนี้ก็เลยมีวิธีกำจัดเซลลูไลท์ ให้สาว ๆ ได้เอากลับไปใช้กัน ลองไปดูกันว่าคุณสามารถกำจัดเซลลูไลท์ได้ด้วยวิธีไหนบ้าง
?1. ดื่มน้ำเยอะ ๆ?
????????? น้ำถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นผิวพรรณ ระบบขับถ่าย หรือแม้แต่เรื่องของเซลลูไลท์เองก็ด้วย เพราะช่วยในการกำจัดเซลลูไลท์ได้เหมือนกัน แต่ต้องดื่มน้ำควบคู่ไปกับการลดปริมาณเกลือที่บริโภคในแต่ละวันด้วยนะคะ
?2. จำกัดปริมาณแคลอรี่?
????????? โดยกินอาหารให้ได้วันละไม่เกิน 1400 แคลอรี เพื่อสร้างความสมดุลให้กับร่างกาย ในการรับอาหารปริมาณเท่า ๆ กันในแต่ละวัน เพียงเท่านี้เซลลูไลท์ของคุณก็จะหายไปในเวลาไม่กี่สัปดาห์อย่างไม่น่าเชื่อ ...
Full story
- Tuesday, May 4, 2010, 10:58
- วาไรตี้
- 260 views

นับวันที่เข็มบนหน้าปัดตราชั่งน้ำหนักเบนไปทางขวามากขึ้นเรื่อย ๆ โรคร้ายมากต่อมากทั้งทางร่างกายและจิตใจ กำลังเดินตามหลังไปอย่างติด ๆ และฆ่าคุณอย่างเลือดเย็นในที่สุด... นี่คือเหตุผลสำคัญที่คุณต้องลดน้ำหนักเสียแต่วินาทีนี้
อ้วน! อันตราย
เมื่อคำนวณน้ำหนักตัวและสัดส่วน แน่ใจว่ากำลังอยู่ในข่ายน้ำหนักมากเกินพิกัด จนเข้าสู่ภาวะโรคอ้วน (obesity) ก็ได้เวลาแล้วที่คุณต้องตั้งโปรแกรมลดน้ำหนักโดยด่วน เพื่อเป็นการต่อชีวิตคุณให้ยาวขึ้น และป้องกันปัญหาที่อาจตามมามากมาย อย่างน้อย ๆ ก็ 10 ประการต่อไปนี้
หัวใจวายวอด
พฤติกรรมการกินผิด ๆ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน เช่น กินอาหารที่มีปริมาณไขมันมากหรือมีคอเลสเตอรอล (ชนิดเลว: LDL) สูง ได้แก่ เนื้อสัตว์ติดมัน เครื่องในสัตว์ ไข่ นม เนย พืชบางชนิด ฯลฯ เมื่อกินเข้าไปมาก ร่างกายเผาผลาญไม่หมด ไขมันและคอเลสเตอรอลจะถูกเก็บไว้ในเซลล์ไขมัน บางส่วนเวียนว่ายอยู่ในกระแสเลือด ยิ่งนานวันระดับไขมันและคอเลสเตอรอลจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหากไปตรวจเลือด แล้วพบว่าสูงเกินกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ ถือเป็นระดับเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
ผู้ป่วยมักมีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง กินเวลานานและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นผลจากไขมัน และคอเลสเตอรอลในเลือดเข้าเกาะจับผนังหลอดเลือดหัวใจ จนเกิดการอุดตัน ไม่สามารถผ่านเข้า-ออก เพื่อหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ กระทั่งหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวายในที่สุด กรณีเดียวกัน หากเกิดที่เส้นเลือดในสมองก็จะกลายเป็นอัมพาต ...
Full story
- Sunday, May 2, 2010, 6:01
- สุขภาพน่ารู้
- 687 views

?บำรุงสมองให้แข็งแรง แหล่งโปรตีนชั้นดี วิตามินซีสูง
????????? ผักดั้งเดิมที่รู้จักกันมานานแสนนาน ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนชั้นประถม จำได้ว่าในชั้นเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ คุณครูให้การบ้านกลับมาทำโดยการให้เพาะถั่วเขียวมาส่ง ซึ่งต้นอ่อนๆ สีขาวๆ ที่งอกมาจากเมล็ดเล็กๆ ของถั่วเขียว นั่นก็คือ ถั่วงอก สีขาวรูปร่างยาวๆ เรียวๆ มีหัวเป็นเม็ดถั่วเขียวนั่นเอง
????????? จำได้ว่าหลังจากที่เรานำเมล็ดถั่วเขียวไปผังไว้ในกระดาษทิชชูซับน้ำหมาดๆ แล้วเฝ้ารออยู่ไม่กี่วันก็ค่อยๆ เห็นต้นอ่อนชูยอดเรียวสีเขียวอ่อนโผล่พ้นเมล็ดออกมา เป็นความรู้สึกของความภาคภูมิใจอยู่ลึกๆ? ที่สามารถเพาะปลูกพืชผักได้ด้วยตัวเองประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรก (ก็มันง่ายขนาดนั้นใครๆ ก็คงทำได้) ดีใจและภูมิใจในการบ้านชิ้นนี้ยิ่งกว่าชิ้นไหนๆ เสียอีก
????????? แต่ถึงแม้จะปลูกถั่วงอกได้แล้วก็ใช่จะทำให้เรารู้สึกชอบกินถั่วงอกขึ้นมาหรอกนะ สมัยนั้นความรู้เรื่องโภชนาการยังไม่ฝังสมองจนพอจะทำให้รับรู้ได้ว่าคุณค่าของอาหารประเภทไหนที่มีประโยชน์กับร่างกายรู้แต่เพียงว่าอะไรอร่อยก็กิน ส่วนอะไรที่ไม่ชอบก็เขี่ยทิ้งไป ดังนั้นก๋วยเตี๋ยวน้ำลูกชิ้นในชามของเราจึงมักมีน้ำซุปและถั่วงอกถูกวางทิ้งติดก้นถ้วยอยู่เสมอๆ กว่าจะเริ่มรู้ตัวว่าได้ทิ้งสารอาหารที่มีคุณค่าไปเสียตั้งนมนานก็เกือบจะสายเกินกาลไปแล้ว
????????? ความเป็นมา
????????? ว่ากันว่าถั่วงอกนั้นถือได้ว่าเป็นมรดกวัฒนธรรมอาหารของเอเชียเลยเชียว ประเทศแรกในโลกที่เพาะถั่วงอกหัวโตกินก็คือจีน ...
Full story